เครื่องรีดผ้าอุตสาหกรรม
(Ironers)

เครื่องรีดผ้าอุตสาหกรรมทำงานอย่างไร?

เครื่องรีดผ้าอุตสาหกรรมรองรับการป้อนผ้าที่มีความชื้นคงเหลือประมาณ 40 ถึง 50% เข้าสู่ระบบ โดยผ้าจะถูกลำเลียงผ่านกระบอกรีดทำความร้อนขนาดใหญ่ร่วมกับลูกกลิ้งรีดที่สร้างแรงกดและถ่ายเทความร้อนเข้าสู่เนื้อผ้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อขจัดความชื้นที่ตกค้าง พร้อมคลายและจัดเรียงเส้นใยผ้าให้เรียบในขั้นตอนเดียว ทำให้ผ้าแห้ง เรียบและพร้อมสำหรับกระบวนการซัดรีดในขึ้นตอนถัดไป

ระบบพลังงานที่รองรับ

เครื่องรีดผ้าอุตสาหกรรมจาก Kannegiesser มีให้เลือก 2 ระบบพลังงาน
เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลาย

  • เครื่องรีดผ้าแบบไอน้ำ (Steam-powered)
  • เครื่องรีดผ้าแบบแก๊ส (Gas-powered)

รูปแบบกระบอกรีด (Chest design)

กระบอกรีดแบบแข็ง (Rigid chest)

Rigid chest with ribs

กระบอกรีดแบบแข็ง (Rigid chests) ของ Kannegiesser เช่น รุ่น SHM ได้รับการออกแบบให้มีโครงสร้างแข็งแรงและมั่นคง พร้อมครีบเสริมความแข็งแรง (Reinforcement ribs) ที่ช่วยรักษารูปทรงของกระบอกรีดให้คงที่ แม้ภายใต้การใช้งานงานหนักและต่อเนื่อง

พื้นผิวกระบอกรีดผ่านการขัดเงาความละเอียดสูง ถึง 2 μm ช่วยให้ผ้าลำเลียงผ่านได้อย่างราบรื่น กระจายความร้อนได้สม่ำเสมอและให้คุณภาพการรีดที่ดี พร้อมระบบฉนวนที่ช่วยลดการสูญเสียความร้อนและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน

กระบอกรีดแบบยืดหยุ่น (Flexible chest)

Flexible chest demonstration unit

กระบอกรีดแบบยืดหยุ่น (Flexible chests) ของ Kannegiesser เช่น รุ่น HighPower Ironer HPM ใช้แผ่นให้ความร้อน (Heating band) ที่ผลิตจากสเตนเลสคุณภาพสูง ซึ่งสามารถปรับแนบกับลูกกลิ้งรีดได้อย่างยืดหยุ่น ช่วยให้การถ่ายเทความร้อนสม่ำเสมอและเพิ่มประสิทธิภาพการรีด

เทคโนโลยีนี้ช่วยเพิ่มกำลังการผลิตในพื้นที่ติดตั้งที่เล็กลง พร้อมรองรับการทำงานกับระบบไอน้ำแรงดันสูงหรือระบบน้ำมันถ่ายเทความร้อน (Thermal fluid) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยวัสดุสเตนเลสที่มีคุณสมบัติในการนำความร้อนสูงและมีความทนทานต่อการใช้งานระยะยาว

เหมาะสำหรับ

ผ้าปูที่นอน
ปลอกหมอน
ผ้าปูโต๊ะ
ผ้าเช็ดปาก

เพิ่มประสิทธิภาพการรีดผ้าด้วยเครื่องรีดผ้าอุตสาหกรรมจาก Kannegiesser

เครื่องรีดผ้าอุตสาหกรรมจาก Kannegiesser โซลูชันการตกแต่งผ้าประสิทธิภาพสูงที่ผสานเทคโนโลยีการรีดอย่างแม่นยำและระบบประหยัดพลังงาน พร้อมรองรับการเชื่อมต่อกับระบบอัตโนมัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและรองรับงานซักรีดในปริมาณมาก

บริการและอะไหล่แท้สำหรับเครื่องรีดผ้าอุตสาหกรรม

Kannegiesser South-East Asia จัดหาอุปกรณ์และอะไหล่แท้สำหรับเครื่องรีดผ้าอุตสาหกรรม เพื่อช่วยรักษาประสิทธิภาพ ยืดอายุการใช้งานของเครื่องจักรและรักษาประสิทธิภาพการผลิต พร้อมบริการตรวจสอบสภาพและบำรุงรักษาโดยทีมผู้เชี่ยวชาญในภูมิภาค

รับชมวิดีโอนี้บน YouTube

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเครื่องรีดผ้าอุตสาหกรรม

เครื่องรีดผ้าอุตสาหกรรมของ Kannegiesser มีขนาดลูกกลิ้งและระบบทำความร้อนแบบใดบ้าง?
เครื่องรีดผ้าอุตสาหกรรมของ Kannegiesser มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลูกกลิ้งตั้งแต่ 800, 1,200, 1,300 ไปจนถึง 2,000 มม. และรองรับความกว้างการรีดสูงสุด 4,200 มม. ระบบทำความร้อนมีให้เลือกทั้งแบบระบบไอน้ำ (Steam), ก๊าซ (Gas) และน้ำมันนำความร้อน (Thermal oil) พร้อมที่มาพร้อมเทคโนโลยี Flexible heating band หรือ Rigid chest เพื่อให้เหมาะกับประเภทงานซักรีดและความต้องการในการใช้งานที่แตกต่างกัน
ระหว่างกระบอกรีดแบบแข็ง (Rigid chest) และกระบอกรีดแบบยืดหยุ่น (Flexible chest) แบบใดดีกว่ากัน?
ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานและความต้องการของงานซักรีดแต่ละประเภท โดยเกระบอกรีดแบบแข็ง (Rigid chest) เหมาะสำหรับงานที่ต้องการประสิทธิภาพด้านพลังงานและกำลังการผลิตสูง ในขณะที่กระบอกรีดแบบยืดหยุ่น (Flexible chest) จะเน้นให้คุณภาพงานรีดที่เรียบเนียนเป็นพิเศษและความยืดหยุ่นในการใช้งาน Kannegiesser จึงมีทั้งสองเทคโนโลยีให้เลือกใช้เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่ต่างกัน
เครื่องรีดผ้าแบบกระทะ (Chest ironer) และแบบสายพาน (Belt ironer) ต่างกันอย่างไร?
เครื่องรีดผ้าแบบกระทะ (Chest ironer) จะใช้กระทะทำความร้อนสัมผัสกับลูกกลิ้งโดยตรงด้วยแรงอัดสูง จึงถ่ายเทความร้อนได้ดีเยี่ยม ให้กำลังการผลิตสูงกว่าและประหยัดพลังงานมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด ส่วนเครื่องรีดผ้าแบบสายพาน (Belt ironer) จะส่งผ่านความร้อนผ่านสายพานและลูกกลิ้ง เหมาะสำหรับงานซักรีดขนาดเล็ก แต่โดยทั่วไปจะมีกำลังการผลิตและประสิทธิภาพด้านพลังงานต่ำกว่าเมื่อเทียบกับเครื่องรีดผ้าแบบกระทะ
ระหว่างระบบทำความร้อนด้วยก๊าซ (Gas) กับไอน้ำ (Steam) ควรเลือกแบบไหน?
การเลือกใช้ระบบทำความร้อนขึ้นอยู่กับระบบสาธารณูปโภค ต้นทุนพลังงานและความต้องการด้านกำลังการผลิตของงานซักรีดแต่ละประเภท เครื่องรีดระบบไอน้ำ (Steam) เหมาะสำหรับงานซักรีดที่มีระบบหม้อไอน้ำส่วนกลาง เนื่องจากให้ความเสถียรด้านอุณหภูมิและสามารถเชื่อมต่อกับระบบเดิมได้ง่าย ส่วนเครื่องรีดระบบก๊าซ (Gas) เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ไม่มีระบบไอน้ำส่วนกลาง โดยสามารถให้ความร้อนอย่างรวดเร็ว ประหยัดพลังงานสูงและมีความยืดหยุ่นในการติดตั้ง Kannegiesser มีโซลูชันรองรับทั้งสองระบบและให้คำผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้คำแนะนำที่เหมาะสมตามรูปแบบการใช้งานของงานซักรีดแต่ละประเภท
เครื่องรีดผ้าของ Kannegiesser ต้องใช้แรงดันไอน้ำเท่าใด?
เครื่องรีดผ้าแบบกระทะ (Chest ironer) ของ Kannegiesser สามารถทำงานได้ด้วยแรงดันไอน้ำตั้งแต่ 2.7 ถึง 13 บาร์ โดยเทคโนโลยี Rigid chest ช่วยให้เครื่องสามารถรักษาประสิทธิภาพการรีดได้อย่างสม่ำเสมอ แม้แรงดันไอน้ำต่ำหรือมีความผันผวน
เครื่องรีดผ้าอุตสาหกรรมสามารถเชื่อมต่อกับเครื่องป้อนผ้าและเครื่องพับผ้าได้หรือไม่?
ได้ เครื่องรีดผ้าของ Kannegiesser สามารถเชื่อมต่อกับเครื่องป้อนผ้า เครื่องพับผ้า เครื่องจัดเรียงผ้าและระบบลำเลียง เพื่อสร้างสายการผลิตฟินิชชิ่งแบบอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดการใช้แรงงาน
ทำไมจึงควรเลือกใช้เครื่องรีดผ้าจาก Kannegiesser?
เครื่องรีดผ้าอุตสาหกรรมของ Kannegiesser ผสานคุณภาพงานรีดที่ยอดเยี่ยม ประสิทธิภาพด้านพลังงานและความน่าเชื่อถือในการทำงาน เพื่อช่วยลดต้นทุนรวมตลอดอายุการใช้งานสำหรับงานซักรีดเชิงอุตสาหกรรม

ยกระดับงานซักรีดสำหรับธุรกิจของคุณ
ไปอีกขั้นได้แล้ววันนี้

Scroll to Top